ราชวงศ์โจวตะวันตก

ราชวงศ์โจวตะวันตก เป็นยุคหนึ่งที่ต่อมาจากราชวงศ์โจวถือกำเนิดในช่วง 1046 – 771 ปีก่อนคริสต์ศักราชสถาปนาโดย จี ฟา หรือ พระเจ้าอู่หวัง หลังจากสิ้นสุดราชวงศ์ซางโดยราชวงศ์นี้ถือว่าเป็นราชวงศ์แรกที่ใช้ระบบมาเป็นระบบศักดินา และเป็นราชวงศ์แรกที่เริ่มแบ่งดินแดนออกเป็นแคว้นและแต่งตั้งเชื้อพระวงศ์แซ่เดียวกันขึ้นเป็น อ๋อง พร้อมกับส่งอ๋องเหล่านั้นไป ปกครองแคว้นต่างๆ นอกจากนี้ในยุคดังกล่าวนี้ยังมีการสร้างเมืองหลวงใหม่ขึ้นมามีชื่อว่า เมืองเฮ่า ปัจจุบันเป็นพื้นที่ของอำเภอฉางอาง มณฑลส่านซี ซึ่งนักโบราณคดีเรียกว่าแผ่นดินโจวตะวันตก หรือ ราชวงศ์โจวตะวันตกนอกจากนั้นยังริเริ่มปูนบำเหน็จความชอบด้วยที่ดินและทรัพย์สินแก่ขุนนางซึ่งสร้างความชอบแก่แผ่นดินหรือเจ้าแผ่นดินเป็นครั้งแรกด้วย ราชวงศ์โจวตะวันตกมีการสืบเชื้อสายเรื่อยๆมาจนกระทั่งในสมัยพระเจ้าโจวโยวหวัง เมืองเฮ่าเมืองหลวงประสบกับแผ่นดินไหวรุนแรงและตามมาด้วยโรคระบาด ประชาชนเสียชีวิตจำนวนมากและประสบกับความลำบากยากแค้นซึ่งกษัตริย์ก็ไม่สนใจใยดีประชาชนกลับใช้ชีวิตอย่างสุขสบายและขุนนางก็ประจบสอพลอ ทำให้ประชาชนไม่พอใจและรวมตัวกันร่วมกับเจ้านครรัฐและ ชนเผ่าฉวี่ยนหรงเข้าโจมตีและปลงพระชนม์กษัตริย์ ถือเป็นจุดสิ้นสุดอาณาจักรโจวตะวันตก แม้ว่าราชวงศ์โจวตะวันตกจะล่มสลายแล้วแต่ ราชวงศ์โจว นั้นก็มียุคราชวงศ์ที่แยกย่อยออกมาอีกยุคคือ ยุคชุนชิว กำเนิดในช่วง 770-256 ปีก่อนคริสต์ศักราช เป็นยุคหนึ่งในราชวงศ์โจว ราชวงศ์ที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์จีน นับเป็นยุคสมัยที่ได้รับการกล่าวขานอย่างมากในแง่ต่าง ๆ เนื่องจากเป็นยุคที่นครรัฐแต่ละรัฐรบด้วยด้วยกลอุบายที่แยบยล ก่อให้เกิดเป็นตำนานและเรื่องเล่าขานมากมายจนปัจจุบัน ทั้งนี้ยุคดังกล่าวนั้นกษัตริย์องค์ใหม่ที่สืบเชื้อสายจากราชวงศ์โจวนั้นขึ้นสถาปนาเป็นกษัตริย์ชื่อว่า พระเจ้าโจวผิงหวังและย้ายเมืองหลวงใหม่มาเป็น เมืองลั่วอี้ นอกจากนี้ยังมีการสร้างเมืองอีก 5 เมืองในยุคนี้ แต่ว่าในยุคนี้จะเป็นยุคที่มีการช่วงชิงอำนาจและสงครามแย่งชิงความเป็นใหญ่ของเจ้านครรัฐต่างๆเป็นระยะเพื่อความเป็นเจ้าผู้นำนครรัฐ หลังจากนั้นก็สิ้นสุดยุคชุนชิว หลังจากช่วงชิงอำนาจจากยุคชุนชิวจำนวนกว่า 200 นครรัฐล่มสลายเหลือเพียง เจ็ดรัฐมหาอำนาจในตอนปลายยุคชุนชิวนักประวัติศาสตร์จีนเรียกว่า เจ็ดมหานครรัฐแห่งยุคจั้นกั๋ว ในยุคนี้เรียกว่า… Continue reading ราชวงศ์โจวตะวันตก

ราชวงศ์เซี่ย

ราชวงศ์เซี่ย เป็นอาณาจักรทางประวัติศาสตร์ชาติจีนที่มีประวัติศาสตร์มายาวนาน ราชวงศ์เซี่ย ป็นราชวงศ์แรกของจีน ปกครองประเทศจีนในช่วง 2100-1600 ปีก่อนคริสตกาล มีอายุอยู่ได้ราว 500 ปี ราชวงศ์นี้มีความเก่าแก่มากซึ่งในอดีตก่อนมีการขุดค้นหลักทางโบราณคดีเชื่อว่า ราชวงศ์ดังกล่าวนี้เป็นเรื่องนิยายปรัมปราที่แต่งขึ้นเท่านั้น แต่ในปัจจุบันมีหลักฐานบ่งชี้ว่าราชวงศ์เซี่ยนั้นมีอยู่จริงและมีอาณาจักรการปกครองบริเวณทางตอนเหนือของจีน ราวปี ค.ศ. 1959 ได้เริ่มมีการค้นหาแหล่งที่มาของวัฒนธรรมเซี่ย ซึ่งเป็นวัฒนธรรมอันเก่าแก่และเชื่อว่าเป็นศาสนาพื้นบ้านของจีนในพื้นที่แถบมลฑลเหอหนานและมลฑลซานซี ทำให้นักโบราณคดีเดินทางเข้าไปตรวจสอบและการขุดค้นหลักฐานในบริเวณพื้นที่นั้นและได้มีการขุดค้นวัฒนธรรมโบราณที่เรียกว่า วัฒนธรรมเอ้อหลี่โถว จากหลุมขุดค้นเหยี่ยนซือเอ้อหลี่โถวและวัฒนธรรมหลงซาน ที่เชื่อว่าวัฒนธรรมดังกล่าวนั้นคือวัฒนธรรมในสมัยราชวงศ์เซี่ย มีการระบุว่าในสมัยนั้นเป็นอาณาจักรเล็กๆและปกครองมายาวนานกว่า 400 ปี มีกษัตริย์ครองบัลลังก์ 17 พระองค์ คาดว่าอาณาจักรดังกล่าว มีรากฐานของอำนาจจากการยึดครองทรัพย์สินเป็นของส่วนตัว อาจมีการยึดทรัพย์สินจากชาวบ้านมาเป็นของส่วนตัว ซึ่งเชื่อว่าเป็นวัฒนธรรมในช่วงเวลาหนึ่ง ต่อมาผู้สืบทอดบัลลังก์เชื่อว่าระบบดังกล่าวนั้นเป็นระบบที่ล้าสมัย จากนั้นระบบการปกครองก็เริ่มพัฒนาขึ้น ภายหลังระบบการปกครองขาดผู้มีความสามารถทำให้ในช่วงปลายราชวงศ์นั้นเกิดความขัดแย้งความวุ่นวายทั้งภายในและภายนอกไม่หยุดยั้ง ข้อขัดแย้งทางชนชั้นทวีความรุนแรงมากขึ้น รวมถึงการใช้จ่ายในราชวงศ์ที่ฟุ่มเฟือยจนนำไปสู่ยุคสิ้นสุดของราชวงศ์เซี่ยในที่สุด

ประเทศจีนในยุคสามก๊ก

ประเทศจีนนั้นมีประวัติศาสตร์มายาวนานมากนับพันๆปี มีการกำเนิดยุคสมัยต่างๆ สงคราม การแย่งชิงต่างๆมากมาย รวมถึงการปกครอง ประเทศจีนในยุคสามก๊กก็เช่นกัน เราคงเคยได้ยินวรรณกรรมชุดสามก๊กที่โด่งดังของจีนมาแล้ว วรรณกรรมชุดนี้ถือว่ามีความสำคัญมากทางประวัติศาสตร์จีนและเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงในราชวงศ์ฮั่น สามก๊ก เกิดขึ้นในช่วงประมาณปี ค.ศ. 220 – 280 เป็นยุคที่มีการแบ่งแยกดินแดนแผ่นดินจีนออกเป็นสามกลุ่มใหญ่ ซึ่งเป็นไตรภาคีระหว่างรัฐวุยจ๊กและง่อหลังการหมดอำนาจโดยพฤตินัยของราชวงศ์ฮั่นในจีน ซึ่งมีการปกครองแบบรัฐการปกครองโดยจักรพรรดิ ซึ่งอ้างการสืบราชสันตติวงศ์โดยชอบจากราชวงศ์ฮั่น ยุคสามก๊ก เป็นยุคที่มีการเมืองและการศึกสงครามอย่างหนักมากที่สุดยุคหนึ่งของจีน คาดว่าเกิดขึ้นราวปี ค.ศ. 184 ถึว 220 เป็นยุคที่มีลักษณะการต่อสู้ การทำศึกสงครามเพื่อแย่งชิงดินแดนของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เป็นยุคที่มีการวางกลยุทธ์แบบแผนการรบได้อย่างดีเยี่ยม จึงถือว่ายุคสามก๊กนั้นเป็นยุคแห่งสงคราม และเป็นยุคที่มีการนองเลือดที่สุดยุคหนึ่งในประวัติศาสตร์จีน คาดว่าในตอนนั้นอาจมีผู้คนล่มตายจำนวนมหาศาล มีการสันนิฐานข้อมูลดังกล่าวในยุคสามก๊กว่ามีจำนวนประชากรล้มตายมากถึง 16 ล้านคนในยุคนั้น แม้ว่ายุคสามก๊กจะเป็นเพียงยุคสั้นๆ แต่มีความเป็นประวัติศาสตร์ที่สูงมาก สามารถบ่งบอกถึงวัฒนธรรมของชาติจีนได้อย่างชัดเจนจนนำเรื่องราวของประวัติศาสตร์ยุคนี้มาเขียนเป็นวรรณกรรมที่โด่งดังที่สุดเรื่องหนึ่ง