ราชวงศ์โจว

ราชวงศ์โจว เป็นราชวงศ์จีนยุคนั้นที่มีประวัติศาสตร์มายาวนานแล้ว บางคนมักเรียกอีกชื่อว่า ราชวงศ์จิว ราชวงศ์จีนยุคนี้ถือว่าเป็นราชวงศ์ยุคที่ 3 ของประวัติศาสตร์จีน เริ่มขึ้นประมาณ 1123 ปีก่อนคริสต์ศักราช – 256 ปีก่อนคริสต์ศักราช นับเป็นราชวงศ์ที่ยาวนานที่สุดในระยะเวลาถึง 867 ปี ราชวงศ์นี้มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมายรวมไปถึงการแบ่งแยกดินแดนการปกครองของราชวงศ์เป็นแคว้นต่างๆออกไปอีก ราชวงศ์โจว เป็นยุคที่เกิดขึ้นหลังจากยุคของราชวงศ์ซาง ซึ่งมีการปกครองด้วยระบบศักดินา มีการแบ่งแยกดินแดนออกเป็นแค้วนต่างๆ ซึ่งมีการแต่งตั้งเชื้อพระวงศ์ออกไปปกครองตามแคว้นนั้นๆ มีการสันนิฐานว่ายุคของราชวงศ์โจวนั้นเป็นยุคที่มีความรุ่งเรืองมากที่สุด สร้างความเจริญรุ่งเรืองแก่ชาวเมืองอย่างมากทั้งด้านการเมือง การปกครอง ศิลปวัฒนธรรม ราชวงศ์โจวนั้นถูกแบ่งออกเป็นพื้นที่ต่างๆ อย่างเช่น ราชวงศ์โจว์ตะวันตก เป็นราชวงศ์ที่ถูกแบ่งแยกย่อยออกมาจากระบบการปกครองแบบศักดินา สถาปนาโดย จี ฟา หรือ พระเจ้าโจวอู่หวัง เมื่อ 1046 ปีก่อนคริสตกาล ราชวงศ์โจวตะวันออก เป็นราชวงศ์ที่ปกครองสืบต่อจากราชวงศ์โจวตะวันตกประมาณ 771-256 ปีก่อน คริสตกาล กษัตริย์ของราชวงศ์นี้คือพระเจ้าโจวผิงหวัง ราชวงศ์นี้เป็นราชวงศ์แค่ในนามเพราะองค์กษัตริย์ทรงไร้พระราชอำนาจที่จะปกครองเหล่าอ๋องต่างๆ ได้ เนื่องจากอ๋องต่างๆ ได้แข็งเมืองและทำสงครามแย่งชิงอำนาจกัน ในช่วงหลังราชวงศ์โจวนั้นเกิดความทุกข์ยาก และการทำสงครามเป็นยุคที่เรียกว่า ยุคชุนชิวและยุคจ้านกว๋อ ซึ่งเป็นเหตุให้ราชวงศ์โจวล่มสลาย ชุนชิวเป็นยุคที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย แคว้นต่าง ๆ… Continue reading ราชวงศ์โจว

ราชวงศ์เซี่ย

ราชวงศ์เซี่ย เป็นอาณาจักรทางประวัติศาสตร์ชาติจีนที่มีประวัติศาสตร์มายาวนาน ราชวงศ์เซี่ย ป็นราชวงศ์แรกของจีน ปกครองประเทศจีนในช่วง 2100-1600 ปีก่อนคริสตกาล มีอายุอยู่ได้ราว 500 ปี ราชวงศ์นี้มีความเก่าแก่มากซึ่งในอดีตก่อนมีการขุดค้นหลักทางโบราณคดีเชื่อว่า ราชวงศ์ดังกล่าวนี้เป็นเรื่องนิยายปรัมปราที่แต่งขึ้นเท่านั้น แต่ในปัจจุบันมีหลักฐานบ่งชี้ว่าราชวงศ์เซี่ยนั้นมีอยู่จริงและมีอาณาจักรการปกครองบริเวณทางตอนเหนือของจีน ราวปี ค.ศ. 1959 ได้เริ่มมีการค้นหาแหล่งที่มาของวัฒนธรรมเซี่ย ซึ่งเป็นวัฒนธรรมอันเก่าแก่และเชื่อว่าเป็นศาสนาพื้นบ้านของจีนในพื้นที่แถบมลฑลเหอหนานและมลฑลซานซี ทำให้นักโบราณคดีเดินทางเข้าไปตรวจสอบและการขุดค้นหลักฐานในบริเวณพื้นที่นั้นและได้มีการขุดค้นวัฒนธรรมโบราณที่เรียกว่า วัฒนธรรมเอ้อหลี่โถว จากหลุมขุดค้นเหยี่ยนซือเอ้อหลี่โถวและวัฒนธรรมหลงซาน ที่เชื่อว่าวัฒนธรรมดังกล่าวนั้นคือวัฒนธรรมในสมัยราชวงศ์เซี่ย มีการระบุว่าในสมัยนั้นเป็นอาณาจักรเล็กๆและปกครองมายาวนานกว่า 400 ปี มีกษัตริย์ครองบัลลังก์ 17 พระองค์ คาดว่าอาณาจักรดังกล่าว มีรากฐานของอำนาจจากการยึดครองทรัพย์สินเป็นของส่วนตัว อาจมีการยึดทรัพย์สินจากชาวบ้านมาเป็นของส่วนตัว ซึ่งเชื่อว่าเป็นวัฒนธรรมในช่วงเวลาหนึ่ง ต่อมาผู้สืบทอดบัลลังก์เชื่อว่าระบบดังกล่าวนั้นเป็นระบบที่ล้าสมัย จากนั้นระบบการปกครองก็เริ่มพัฒนาขึ้น ภายหลังระบบการปกครองขาดผู้มีความสามารถทำให้ในช่วงปลายราชวงศ์นั้นเกิดความขัดแย้งความวุ่นวายทั้งภายในและภายนอกไม่หยุดยั้ง ข้อขัดแย้งทางชนชั้นทวีความรุนแรงมากขึ้น รวมถึงการใช้จ่ายในราชวงศ์ที่ฟุ่มเฟือยจนนำไปสู่ยุคสิ้นสุดของราชวงศ์เซี่ยในที่สุด

จุดกำเนิดยุคสามก๊กและศึกสงคราม

ยุคสามก๊กเกิดขึ้นในช่งปี ค.ศ. 184-220 โดยประมาณ เป็นยุคที่เกิดขึ้นเพียงสั้นๆแต่ก็สามารถเป็นยุคหนึ่งที่ยิ่งใหญ่และมีอำนาจมากยุคหนึ่งของจีน ยุคสามก๊กจุดกำเนิดขึ้นในช่วงปลายราชวงศ์ฮั่นตะวันออกที่ปกครองโดยพระเจ้าเหี้ยนเต้ ซึ่งภายหลังถูกตั๋งโต๊ะเข้ายึดครองอำนาจและสถาปนาตนเองเป็นบิดาบุญธรรมของพระเจ้าเหี้ยนเต้ ภายหลังตั๋งโต๊ะถูกลอบสังหารทำให้เกิดความวุ่นวายในราชวงศ์ ขณะเดียวกันโจโฉได้ฉวยโอกาสในการเข้ามาทำให้เกิดความขัดแย้งและปั่นป่วนทั้งยังสามารถยึดครองอำนาจและบังคับให้พระเจ้าเหี้ยนเต้ถูกใต้การปกครอง จากนั้นโจโฉก็มีบทบาทในการปกครองดินแดนทางเหนือมีอำนาจเด็ดขาดและมีกองกำลังไพร่พลมากมาย ต่อมาดินแดนทางตอนกลางถูกยึดครองโดยอ้วนเสี้ยว ซึ่งปกครองบริเวณตอนกลางจนถึงตอนปลายของแม่น้ำฮวงโห และทางตอนใต้ปกครองโดย เล่าเปี้ยว เป็นบริเวณตอนกลางลุ่มแม่น้ำแยงซีเกียง และเป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์และความสงบมั่งคั่ง และตอนปลายแม่น้ำแยงซีเกียงเป็นเขตแดนปกครองของซุนกวน ในช่วงยุคสามก๊กตามประวัติศาสตร์ระบุว่าเป็นช่วงที่มีการทำศึกสงครามมากที่สุด มีการแย่งชิงดินแดนการปกครองต่างๆ อย่างเช่น ดินแดนของเล่าเปี้ยวนั้นถูกกองกำลังของโจโฉเข้ายึดครองและกลายเป็นดินแดนตอนเหนือที่ใหญ่ที่สุด นอกจากนี้มีการทำศึกสงครามนับครั้งไม่ถ้วนในยุคนี้ เช่นศึกโจรโพกผ้าเหลือง, ศึกกัวต๋อ, ศึกทุ่งพกบ๋อง อีกทั้งมีการทำศึกครั้งใหญ่ที่จารึกในประวัติศาสตร์จีนคือ ศึกผาแดงหรือศึกเซ็กเพ็ก เป็นการทำศึกระหว่างกองกำลังโจโฉ, เล่าปี่, ซุนกวน ซึ่งนับว่าเป็นศึกสงครามที่ใหญ่ที่สุดในยุคสามก๊ก

ประเทศจีนในยุคสามก๊ก

ประเทศจีนนั้นมีประวัติศาสตร์มายาวนานมากนับพันๆปี มีการกำเนิดยุคสมัยต่างๆ สงคราม การแย่งชิงต่างๆมากมาย รวมถึงการปกครอง ประเทศจีนในยุคสามก๊กก็เช่นกัน เราคงเคยได้ยินวรรณกรรมชุดสามก๊กที่โด่งดังของจีนมาแล้ว วรรณกรรมชุดนี้ถือว่ามีความสำคัญมากทางประวัติศาสตร์จีนและเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงในราชวงศ์ฮั่น สามก๊ก เกิดขึ้นในช่วงประมาณปี ค.ศ. 220 – 280 เป็นยุคที่มีการแบ่งแยกดินแดนแผ่นดินจีนออกเป็นสามกลุ่มใหญ่ ซึ่งเป็นไตรภาคีระหว่างรัฐวุยจ๊กและง่อหลังการหมดอำนาจโดยพฤตินัยของราชวงศ์ฮั่นในจีน ซึ่งมีการปกครองแบบรัฐการปกครองโดยจักรพรรดิ ซึ่งอ้างการสืบราชสันตติวงศ์โดยชอบจากราชวงศ์ฮั่น ยุคสามก๊ก เป็นยุคที่มีการเมืองและการศึกสงครามอย่างหนักมากที่สุดยุคหนึ่งของจีน คาดว่าเกิดขึ้นราวปี ค.ศ. 184 ถึว 220 เป็นยุคที่มีลักษณะการต่อสู้ การทำศึกสงครามเพื่อแย่งชิงดินแดนของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เป็นยุคที่มีการวางกลยุทธ์แบบแผนการรบได้อย่างดีเยี่ยม จึงถือว่ายุคสามก๊กนั้นเป็นยุคแห่งสงคราม และเป็นยุคที่มีการนองเลือดที่สุดยุคหนึ่งในประวัติศาสตร์จีน คาดว่าในตอนนั้นอาจมีผู้คนล่มตายจำนวนมหาศาล มีการสันนิฐานข้อมูลดังกล่าวในยุคสามก๊กว่ามีจำนวนประชากรล้มตายมากถึง 16 ล้านคนในยุคนั้น แม้ว่ายุคสามก๊กจะเป็นเพียงยุคสั้นๆ แต่มีความเป็นประวัติศาสตร์ที่สูงมาก สามารถบ่งบอกถึงวัฒนธรรมของชาติจีนได้อย่างชัดเจนจนนำเรื่องราวของประวัติศาสตร์ยุคนี้มาเขียนเป็นวรรณกรรมที่โด่งดังที่สุดเรื่องหนึ่ง

ราชวงศ์หมิง

ราชวงศ์หมิง หรือ ราชวงศ์เบ๋งปกครองต่อจากราชวงศ์หยวนของชาวมองโกล และพ่ายแพ้ให้กับราชวงศ์ชิงของชาวแมนจูในภายหลัง ราชวงศ์หมิงเป็นราชวงศ์ที่รุ่งเรืองในด้านวัฒนธรรมเป็นอย่างมาก ในยุคนี้มีการสำรวจทางทะเลอย่างกว้างขวาง ราชวงศ์หมิงในตอนต้น ค.ศ. 1368 – 1464 ถือเป็นอาณาจักรที่ก้าวหน้าที่สุดในโลก ณ ช่วงเวลานั้นจู หยวนจาง ผู้นำคนหนึ่งของฝ่ายกบฏ ได้สถาปนาตนเองเป็นจักรพรรดิหงหวู่ หรือหมิงไท่จู่ ปฐมจักรพรรดิราชวงศ์หมิง ตั้งกรุงหนานจิงเป็นราชธานี ตลอด 31 ปีแห่งการครองอำนาจ จักรพรรดิหมิงไท่จู่ได้เสริมสร้างระบอบรวมศูนย์อำนาจรัฐเผด็จการแบบศักดินาให้เข้มแข็งขึ้นอย่างสุดความสามารถ จักรพรรดิหมิงไท่จู่ประหารขุนนางผู้มีคุณูปการ ฆ่าผู้คนที่มีความเห็นที่ไม่เหมือนพระองค์ เพิ่มอำนาจของจักรพรรดิให้มากขึ้น ปราบปรามอิทธิพลที่ต่อต้านพระองค์ หลังจากจักรพรรดิหมิงไท่จู่สวรรคตแล้ว จักรพรรดิจูเอี้ยนเหวินซึ่งเป็นพระราชนัดดาองค์หนึ่งได้ขึ้นครองราชย์ ต่อมาไม่นาน จูตี้ ผู้เป็นปิตุลาของจักรพรรดิเอี้ยนเหวินซึ่งเป็นได้ลุกขึ้นต่อสู้และโค่นอำนาจรัฐของจักรพรรดิเอี้ยนเหวินลง จูตี้ได้ขึ้นครองราชย์เป็นจักรพรรดิหมิง เฉิงจู่หรือจักรพรรดิหย่งเล่อ ในปี ค.ศ. 1421 จักรพรรดิหย่งเล่อได้ย้ายเมืองหลวงจากเมืองหนานจิงไปยังกรุงปักกิ่ง หลังจาก  มณฑลส่านซีเกิดทุพภิกขภัย แต่ข้าราชการยังคงบีบบังคับให้ประชาชนจ่ายภาษี จนทำให้เกิดการลุกขึ้นต่อสู้ ประชาชนที่ประสบภัยเป็นพันเป็นหมื่นรวมตัวขึ้นเป็นกองทหารชาวนาหลายกลุ่มหลายสาย ปี ค.ศ. 1644 กองทหารชาวนา นำโดยหลี่ จื้อเฉิง บุกเข้าไปถึงกรุงปักกิ่ง จักรพรรดิฉงเจินซึ่งเป็นจักรพรรดิองค์สุดท้ายของราชวงศ์หมิงต้องผูกพระศอสิ้นพระชนม์  

ราชวงศ์ซ่ง

ราชวงศ์ซ่ง ตามสำเนียงกลาง หรือ ซ้อง ตามสำเนียงฮกเกี้ยน เป็นหนึ่งในราชวงศ์ซึ่งปกครองประเทศจีนอยู่ระหว่างปี พ.ศ. 1503 ถึง ปีพ.ศ. 1822 รัฐบาลซ่งเป็นรัฐบาลแรกในโลกที่ใช้เงินตราแบบกระดาษในสมัยราชวงศ์ซ่ง จีนถูกรุกรานโดยชนเผ่าต่างๆ คือ พวกเซี่ย พวกชิตัน เมืองเหลียว จึงมีศึกอยู่ตลอดมา แถมยังต้องยอมเซ็นสัญญาสงบศึกกับ “คนป่าเถื่อน” ต้องส่งบรรณาการให้ ทำให้การเงินไม่คล่องตัว จนมีนักปฏิรูปชื่อ หวังอั้นจี่ ออกกฎหมายมาควบคุมการใช้เงิน ของบรรดาเชื้อพระวงศ์ แต่สุดท้าย ก็ต้องยกเลิก เพราะไปขัดผลประโยชน์เจ้าใหญ่นายโต ครั้นต่อมา มีชนเผ่าจินหรือกิม บรรพบุรุษของแมนจู เข้ามาตี และเนื่องจากมีขุนนางกังฉิน ไปเข้ากับศัตรู ดังเช่น ฉินไคว่ กังฉินชื่อดัง ซึ่งใส่ความแม่ทัพงักฮุย และสังหารงักฮุยกับลูกชายเสีย ทำให้ชาวจีนเคียดแค้นชิงชังอย่างยิ่ง บวกกับการทหารที่อ่อนแออยู่แล้วผสมกับฮ่องเต้ที่ไร้สามารถ หูเบา เชื่อฟังกังฉิน ทำให้พวกจินสามารถบุกจนถึงเมืองไคฟง เมืองหลวง จึงต้องย้ายเมืองหลวง ไปอยู่ทางทิศใต้ มีชื่อเรียกว่า ซ่งใต้ ซึ่งพวกจินก็ยังตามล้างผลาญตลอด แต่ต่อมา ในที่สุด พวกจิน, เซี่ยกับชิตันก็ถูกมองโกล… Continue reading ราชวงศ์ซ่ง

ราชวงศ์ถัง

ราชวงศ์ถังปกครองประเทศนานถึง 289 ปีตั้งแต่ ค.ศ. 618 เมื่อราชวงศ์ถังสถาปนาขึ้นจนถึง ค.ศ. 907 ราชวงศ์ถังถูกจูเวินโค่นลง ราชวงศ์ถัง แบ่งได้เป็นสองช่วงจากการก่อกบฏของอันลู่ซันและสื่อซือหมิง ช่วงแรกเป็นช่วงที่เจริงรุ่งเรือง ช่วงหลังเป็นช่วงที่เสื่อมโทรมลง จักรพรรดิถัง เกาจู่สถาปนาราชวงศ์ถัง หลี่ ซื่อหมิน โอรสของจักรพรรดิถังเกาจู่ได้นำกองทัพรวบรวมจีนเป็นเอกภาพใช้เวลานานถึง 10 ปี หลังจากเหตการณ์ประตูเสียนอู่เหมิน หลี่ซื่อหมินขึ้นครองราชย์จนเป็นจักรพรรดิถังไท่จง จักรพรรดิถังไท่จงบริหารประเทศอย่างแข็งขันจนทำให้ราชวงศ์ถังเจริญรุ่งเรืองอย่างไม่เคยมีมาก่อน อยู่ในฐานะนำหน้าทั่วโลกในสมัยนั้นทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ วัฒนธรรมและด้านอื่น ๆ ซึ่งเรียกว่า ”ช่วงเจริญรุ่งเรืองรัชสมัยเจินกวน” หลังจากนั้น ในสมัยจักรพรรดิ์ถังเสวียนจงก็เจริญรุ่งเรืองอีกครั้ง เรียกว่า ”ช่วงเจริญรุ่งเรืองรัชสมัยไคหยวน” ประเทศเข้มแข็งเกรียงไกร ประชาชนมีความมั่งคั่ง แต่หลังจากนั้นไม่นาน ในช่วงปลายรัชกาลถังเสวียนจงได้เกิดกบฏอันลู่ซันและสื่อซือหมิง จากนี้เป็นต้นมา ราชวงศ์ถังก็เริ่มเสื่อมโทรมลงเรื่อย ๆราชวงศ์ถังช่วงหลังมีความวุ่นวายในด้านการเมือง เกิดการปะทะกันระหว่างพรรคหนิวและพรรคหลี่กับการกุมอำนาจของขุนนางขันที การลุกขึ้นต่อสู้ของชาวนาเกิดขึ้นไม่ขาดสาย ในที่สุด การลุกขึ้นสู้ที่มีผู้นำได้แก่หวงเฉา จูเวินที่เคยเป็นบริวารของหวงเฉา แต่กลับไปยอมจำนนต่อรัฐบาลราชวงศ์ถัง หลังจากนั้น ก็ฉวยโอกาสโค่นราชวงศ์ถังลง ประกาศตนเป็นจักรพรรดิโดยสถาปนาราชวงศ์เหลียงยุคหลังซึ่งเป็นราชวงศ์แรกของสมัยอู่ไต้หรือสมัยห้าราชวงศ์

ราชวงศ์สุย

ราชวงศ์สุยเป็นราชวงศ์ที่ทรงอำนาจทางการทหารแต่มีระยะเวลาการปกครองที่ค่อนข้างสั้น สถาปนาขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 581 ภายหลังจากยุคสามก๊ก โดยจักรพรรดิสุยเหวินตี้ อดีตแม่ทัพแห่งราชวงศ์โจวเหนือ โดยในรัชกาลของพระองค์ทรงสามารถรวบรวมแผ่นดินจีนให้เป็นปึกแผ่นอีกครั้ง แต่ราชวงศ์สุยมีอันต้องล่มสลายลงในปี ค.ศ. 617 ในรัชกาลจักรพรรดิสุยหยางตี้พระราชโอรสองค์รองของสุยเหวินตี้ฮ่องเต้หยางเจียน ทรงดำเนินนโยบายอย่างแยบยล โดยการหล่อหลอมเอาวัฒนธรรมแต่ละแคว้นเข้าด้วยกัน เพื่อผสมผสานให้แต่ละแคว้นมีความเป็นปึกแผ่น หยางเจียนทรงดำเนินนโยบาย ขุดคลองต้ายุ่นเหอขนาดมหึมา ยาวกว่า 1,800 กิโลเมตร เชื่อมต่อกรุงปักกิ่ง ซึ่งอยู๋ในจีนซีกเหนือ กับเมืองหางโจว ซึ่งเป็นจีนซีกใต้ เพื่อเป็นการเชื่อแม่น้ำฮวงโหกับแม่น้ำแยงซีเกียง เพื่อผูกชาดเศรษฐกิจของจีนให้เป็นหนึ่งเดียว รวมไปถึง การสร้างยุ้งฉางกักตุนสินค้าขนาดใหญ่โต เพื่อรองรับสินค้าเกือบตลอดแนวคลองแต่ต่อมา เมื่อหยางกว่างขึ้นครองราชย์ ทรงประกาศสงครามกับชนเผ่าต่าง ๆ ทำให้ทรงขยายพื้นที่ทางด้านตะวันตกได้พอสมควร ซ้ำยังยกทำไปบุกเกาหลีและแมนจู แต่ไม่ประสบความสำเร็จเพราะด้วยประสบกับความหนาวเหน็บ ซ้ำยังไม่มีการควบคุมทัพที่ดีพอ ทำให้พ่ายศึก หลังจากที่แตกสลายหลังสิ้นสุดราชวงศ์ฮั่น โดยมีการผสมผสานหลักการของศาสนาพุทธที่หยางเจียนนับถือ เข้ากับลัทธิขงจื๊อและลัทธิเต๋า แล้วนำมาพัฒนาเป็นการสร้างความมั่นคงให้แก่กฎหมายของราชวงศ์ ต่อมาหลังจากสุยหยางตี้ถูกลอบปลงพระชนม์โดยพระประยูรฐาติของพระองค์ นำโดยอวี้เหวินฮั่วจี๋ ราชวงศ์สุยถึงกาลอาวสาน

ราชวงศ์ฮั่น

หลิวปังผู้ก่อตั้งราชวงศ์ฮั่นนั้น แต่เดิมเป็นเพียงชนชั้นขุนนางผู้น้อย เมื่อฉินสื่อหวงตี้หรือจิ๋นซีฮ่องเต้ในราชวงศ์ฉินสิ้นพระชนม์ลง อำนาจของราชวงศ์ฉินเริ่มคลอนแคลน มีการลุกฮือขึ้นก่อการจากกบฏชาวนาและบรรดาเชื้อสายเจ้าผู้ครองแคว้นเดิม มีการตั้งตัวเป็นใหญ่ในทุกหัวระแหง หลิวปังก็เป็นกลุ่มหนึ่งที่เพาะสร้างอำนาจขึ้นจากขุมกำลังเล็ก ๆ ต่อมาได้กรีฑาทัพเข้านครเสียนหยาง อยู่ใกล้กับเมืองซีอานในปัจจุบัน ปิดฉากยุคสมัยของราชวงศ์ฉิน และส่งมอบนครเสียนหยางให้กับเซี่ยงอี่ว์หรือฌ้อปาอ๋องซึ่งมีฐานอำนาจอยู่ในแคว้นฉู่และมีขุมกำลังเข้มแข็งที่สุดในขณะนั้น หลิวปังจึงได้รับการอวยยศขึ้นเป็นฮั่นจงอ๋อง หลังจากสะสมกำลังพลกล้าแกร่งขึ้น จึงเปิดศึกแย่งชิงบัลลังก์กับเซี่ยงหวี่ การศึกครั้งนั้นได้รับการขนานนามว่า สงครามฉู่ฮั่น กินเวลานาน 4 ปีปี 202 ก่อนคริสต์ศักราช หลิวปังได้ชัยชนะอย่างเด็ดขาด ก้าวขึ้นสู่บัลลังก์จักรพรรดิ สถาปนาราชวงศ์ฮั่นระบบบริหารการปกครองของราชวงศ์ฮั่นโดยรวมแล้วยังคงยึดรูปแบบเช่นเดียวกับราชวงศ์ฉิน แต่เนื่องจากราชวงศ์ฉินที่ปกครองอย่างเข้มงวดเป็นเหตุให้ล่มสลายอย่างรวดเร็ว ฮั่นเกาจู่ จึงประกาศยกเลิกกฎหมายที่ทารุณโหดร้ายบางส่วน อีกทั้งดำเนินนโยบายที่เป็นมิตรต่อประชาชนและหลังจากนั้นราชวงศ์ฮั่นก็ปกครองแผ่นดินจีมจนอยู่มาได้ถึง400ปีภายหลังเกิดความแตกแยกภายในเป็นเหตุให้แผ่นดีนจีนที่ได้แตกออกเป็นสามก๊กกลับมารวมกันอีกครั้งซึ่งอยู่ภายใต้การนำของราชวงศ์ใหม่คือ ราชวงศ์จิ้น อันเป็นการล่มสลายของราชวงศ์ฮั่นในที่สุด

ราชวงศ์ฉิน

ก่อนหน้านี้จีนได้แตกแยกออกเป็น 7 รัฐและทำสงครามกันอยู่เนืองๆ ต่อมากษัตริย์แห่งรัฐฉินได้ทำสงครามรวบรวมแผ่นดินให้เป็นหนึ่งเดียว และสถาปนาตนเป็นปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์ฉินโดยใช้พระนามว่า ฉินสื่อหวงตี้ คนไทยจึงออกเสียงเพี้ยนเป็น จิ๋นซีฮ่องเต้ หรือ ฉินซีฮ่องเต้ จิ๋นซีฮ่องเต้ครองราชย์ระหว่าง พ.ศ. 322–พ.ศ. 333 ในช่วงนี้แผ่นดินจีนมีความเป็นปึกแผ่นมั่นคงมาก แต่เมื่อจิ๋นซีฮ่องเต้เสด็จสวรรคต ราชวงศ์ฉินก็สั่นคลอนอย่างหนัก และล่มสลายลงใน พ.ศ. 337อ๋องแห่งรัฐฉิน ได้รวมประเทศจีนเป็นหนึ่งเดียวเป็นครั้งแรก และสถาปนาตัวเองเป็นจักรพรรดิ ฮ่องเต้ คือ จิ๋นซีฮ่องเต้ หรือ ฉินซีฮ่องเต้ นั่นเอง นครหลวงอยู่ที่เมืองเสียนหยาง หรือซีอานในปัจจุบัน ฉินอ๋องได้หาชื่อใหม่ให้ตนเอง เนื่องจากเห็นว่า ตนสามารถรวบรวมแผ่นดินเป็นปึกแผ่นได้ คำว่า อ๋อง ไม่ยิ่งใหญ่พอ จึงได้เลือกคำว่า หวงตี้ ฮ่องเต้ ซึ่งแปลว่า เจ้าแผ่นดิน ฉินซีฮ่องเต้ แบ่งการปกครองเป็นระบบจังหวัด, อำเภอ นับเป็นผลงานอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ ต่อมาฉินซีฮ่องเต้ได้ให้ขุนศึกเหมิงเถียนหรือเม่งเถียน ยกทัพไปปราบชนเผ่าซ่งหนู แล้วก่อสร้างกำแพงเมืองจีนขึ้น เพื่อป้องกันการรุกรานของอนารยชน พระเจ้าฉินที่สอง หรือฉินเอ้อซื่อ ซึ่งเป็นฮ่องเต้ที่โหดเหี้ยม แต่ไร้สามารถ ผิดกับพระบิดา แถมยังอยู่ใต้การชักใยของขันทีเจ้าเกา… Continue reading ราชวงศ์ฉิน