ยุคสามราชาห้าจักรพรรดิ

ยุคสามราชาห้าจักรพรรดิ เป็นกลุ่มผู้ปกครองบ้านเมืองจีนโบราณช่วงประมาณ 2852 ก่อนคริสตกาล ถึง 2070 ปีก่อนคริสตกาล เมื้อสิ้นสมัยนี้แล้วเป็นยุคราชวงศ์เซี่ยตามความเชื่อ ราชาทั้งสามเป็นกึ่งเทวะซึ่งใช้อำนาจสร้างสรรค์มนุษยชาติและถ่ายทอดความรู้ความสามารถ ส่วนจักรพรรดิทั้งห้าเป็นปรัชญาเมธีซึ่งทรงคุณธรรมล้ำเลิศ  สามราชาได้แก่ ซุ่ยเหริน , ฝูซี และเสินหนง ไปเรียบร้อยแล้วก็จะเริ่มแนะนำ ห้าจักรพรรดิ์”โดยจักรพรรดิ์คนแรกในประวัติศาสตร์จีนก็คือ จักรพรรดิ์เหลือง หรือในชื่อภาษาจีนที่เรียกว่าหวงตี้ โดยตามตำนานโบราณเล่าว่าหวงตี้นั้นได้สอนคนให้รู้จักพัฒนาความเป็นอยู่ชีวิตที่ดีขึ้นเป็นอย่างมาก เช่นรู้จักเริ่มใช้รถที่มีล้อเพื่อเคลื่อนย้ายสิ่งของหนัก รู้จักนำหนอนไหมมาเลี้ยงเพื่อเอาไหมมาทำเสื้อผ้าภรรยาหวงตี้เป็นผู้ค้นพบ แทนที่จะใช้ใบไม้นุ่งห่มร่างกาย หรือแม้กระทั่งศาสตร์ทางการแพทย์โบราณที่เรียกว่า หวงตี้เน่ยจิง ซึ่งหวงตี้สังเกตสภาพแวดล้อมของธรรมชาติแล้วก็เปรียบกับร่างกายของมนุษย์เราในขณะนั้นว่า หากคล้อยตามธรรมชาติ จะไม่เจ็บป่วย หากฝืนธรรมชาติ ก็จะไม่สบาย โดยหวงตี้ได้เปรียบระบบในร่างกายของเราเป็นธาตุหยินและธาตุหยาง ซึ่งหากสอดคล้องกับระบบหยินหยางของสิ่งแวดล้อมแล้ว ก็จะไม่เจ็บป่วย มิเพียงแต่หวงตี้จะได้คิดค้นสิ่งต่างๆขึ้น ยังสามารถทำศึกกับผู้ที่เข้ามารุกราน ซึ่งเป็นชนเผ่าอื่นในสมัยก่อน ซึ่งข้าศึกของหวงตี้ผู้นี้มีชื่อว่า ชือโหยว  หวงตี้ คือจักพรรดิ์องค์แรกใน สามราชาห้าจักรพรรดิ์ และในยุคแรกของประวัติศาสตร์จีน มนุษย์ประดิษฐ์เข็มทิศที่ชี้ไปทางทิศใต้เสมอ และเรียกเข็มทิศนี้ว่า จื่อหนาน

ราชวงศ์เหนือใต้

ยุคราชวงศ์เหนือ-ใต้ ยุค สงครามกลางเมือง และยุคแห่งความวุ่นวายทางการเมืองยุคหนึ่งใน ประวัติศาสตร์จีนเนื่องจากความวุ่นวายทางการเมืองและความอ่อนแอของ ราชวงศ์ฮั่นตะวันออก ทำให้ในปี พ.ศ. 763 โจผี วุยอ่๋องบุตรชายของ โจโฉ ได้กระทำการปลด จักรพรรดิฮั่นเซี่ยน หรือ พระเจ้าเหี้ยนเต้ ออกจากราชบัลลังก์พร้อมกับสถาปนาตนเองขึ้นเป็น จักรพรรดิเว่ยเหวิน ปฐมจักรพรรดิแห่ง ราชวงศ์เว่ย ทำให้ราชวงศ์ฮั่นที่ปกครองประเทศจีนมายาวนานกว่า 400 ปีต้องสิ้นสุดลงทำให้ เล่าปี่ ฮันต่๋งอ่๋องเชื้อพระวงศ์ราชวงศ์ฮั่นไม่พอใจสถาปนาตนเองขึ้นเป็น จักรพรรดิเจียงบู๊ ปฐมจักรพรรดิแห่ง ราชวงศ์ฉู่-ฮั่น ขณะเดียวกัน ซุนกวน ก็ได้สถาปนาตนเองขึ้นเป็น จักรพรรดิหวู่ต้า ปฐมจักรพรรดิแห่ง ราชวงศ์หวู่ สุมาอี้ ก็เริ่มเรืองอำนาจขึ้นมาขณะเดียวสงครามของทั้ง 3 ราชวงศ์ก็ยังมีอยู่จนกระทั่งปี พ.ศ. 804 สุมาเอี่๋ยน จิ้นอ่๋องหลานชายของสุมาอี้ได้ทำการปลด จักรพรรดิเว่ยหยวน หรือ พระเจ้าโจฮวน จักรพรรดิองค์สุดท้ายแห่งราชวงศ์เว่ยออกจากราชบัลลังก์พร้อมกับสถาปนาตนเองขึ้นเป็น จักรพรรดิจิ้นหวู่ ปฐมจักรพรรดิแห่ง ราชวงศ์จิ้นตะวันตก ทำให้ราชวงศ์เว่ยสิ้นสุดลงหลังจากนั้นจักรพรรดิจิ้นหวู่ก็ทรงทำสงครามจนสามารถพิชิตราชวงศ์หวู่และรวบรวมแผ่นดินได้สำเร็จเมื่อปี พ.ศ. 819 แต่ราชวงศ์จิ้นก็ประสบปัญหาการแย่งชิงอำนาจรวมถึงการทำสงครามกับชนเผ่าป่าเถื่อนนอกกำแพงทำให้ในปี พ.ศ. 963… Continue reading ราชวงศ์เหนือใต้

ราชวงศ์จิ้น

ราชวงศ์จิ้น เป็นราชวงศ์หนึ่งของจีน สถาปนาในปี ค.ศ. 265 โดยสุมาเอี๋ยนยึดอำนาจจากราชวงศ์เว่ยได้สำเร็จ ประกาศตั้ง ราชวงศ์จิ้นตะวันตก ขึ้นแทนที่ราชวงศ์เว่ยของโจโฉ เมื่อถึงปี 280 จิ้นตะวันตกปราบก๊กอู๋ลงได้ สภาพการแบ่งแยกอำนาจของสามก๊กก็สลายตัวไป ทั้งแผ่นดินจีนรวมเป็นหนึ่งเดียวอีกครั้ง เกิดความสันติสุขขึ้นในช่วงเวลาหนึ่งราชวงศ์จิ้นตะวันตกเป็นยุคสมัยที่กลุ่มตระกูลใหญ่ก้าวเข้ามาเป็นผู้มีอิทธิพลทางการเมืองอย่างสูง เนื่องจากนโยบายการปกครองของซือหม่าเอี๋ยนหรือ จิ้นอู่ตี้ โน้มเอียงไปในทางเอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มตระกูลชนชั้นสูง อีกทั้งกฎหมายยังให้สิทธิพิเศษต่อขุนนางเจ้าที่ดิน ในการจัดสรรการถือครองที่ดินและผลประโยชน์อื่น ๆ โดยอ้างอิงจากระดับชั้นตำแหน่งขุนนาง ระเบียบเหล่านี้ได้กลายเป็นเครื่องมือการเพาะสร้างอำนาจแบบเบ็ดเสร็จให้กับกลุ่มตระกูลใหญ่เหล่านี้ ทำให้เกิดการแบ่งแยกทางชนชั้นในสังคมครั้งใหญ่ เพราะเพื่อรักษาสิทธิพิเศษนี้ ถึงกับตั้งข้อรังเกียจไม่ยอมนั่งร่วมโต๊ะหรือแต่งงานข้ามสายเลือดกับตระกูลที่ไม่ได้รับสิทธิพิเศษ ทำให้ผู้อยู่นอกวงถึงแม้จะได้เข้ารับราชการก็จะยังคงถูกมองอย่างแปลกแยกและกีดกันไม่ให้ได้รับการเลื่อนขั้นในตำแหน่งสูงขึ้นจวบถึงปี 316 กองกำลังของชนเผ่าซ่งหนูบุกเข้านครฉางอันเมืองหลวงเก่าของราชวงศ์ฮั่นตะวันตก จับกุมจิ้นหมิ่นตี้ เพื่อรับโทษทัณฑ์ จิ้นตะวันตกจึงถึงกาลล่มสลายราชวงศ์จิ้นตะวันตก ต่อมาจักรพรรดิจิ้นหยวน จักรพรรดิองค์ที่ 5 ของราชวงศ์ ทรงย้ายเมืองหลวงไปที่เจี้ยงคัง และสถาปนาราชวงศ์จิ้นตะวันออกขึ้น ราชวงศ์จิ้นล่มสลายในปี ค.ศ. 420 และแตกออกเป็นราชวงศ์หลิวซ่ง เข้าสู่ยุคราชวงศ์เหนือ-ใต้

ราชวงศ์ซิน

ราชวงศ์ซิน เป็นราชวงศ์สั้นๆที่มาขั้นกลางระหว่างราชวงศ์ฮันตะวันออกและฮันตะวันตก ถูกสถาปนาโดย จักรพรรดิซินเกาจู่ หรือ หวังหมั่ง พ.ศ. 543 – 567ซึ่งสืบเชื้อสายจากขุนนางสกุลหวังในรัชสมัย จักรพรรดิฮั่นเฉิงตี้ เมื่อจักรพรรดิหยูจื่ออิงจักรพรรดิองค์ที่ 12 องค์สุดท้ายแห่ง ราชวงศ์ฮั่นตะวันตก ขึ้นครองราชย์ด้วยพระชนม์เพียง 7 พรรษา หวังหมั่งในฐานะ อัครมหาเสนาบดี จึงใช้โอกาสนี้ปลดหยูจื่ออิงออกจากราชสมบัติและสถาปนาตนเองขึ้นเป็นจักรพรรดิซินเกาจู่ตลอดรัชกาลเป็นรัชกาลที่อ่อนแอและเหี้ยมโหด เมื่อซินเกาจู่สวรรรคตลงในปี พ.ศ. 567 จึงเกิดกบฏต่างๆมากมายและ หลิวซิ่ว ราชนิกูลองค์หนึ่ง สามารถรบเอาชนะคู่แข่งได้และสถาปนาพระองค์เป็น จักรพรรดิฮั่นกวงตี้ ปฐมจักรพรรดิแห่ง ราชวงศ์ฮั่นตะวันออก และทรงย้ายเมืองหลวงจาก ฉางอัน มาสู่ ลั่วหยาง จึงทำให้ราชวงศ์ซินที่ปกครองจีนเป็นเวลา 16 ปีล่มสลายลงจักรพรรดิซินเกาจู่ พระนามเดิม หวัง หมั่ง หรือ อองมัง ตามสำเนียงฮกเกี้ยน เป็นจักรพรรดิองค์แรกและองค์เดียวแห่งราชวงศ์ซิน เป็นพระญาติทางฝ่ายไทเฮาของจักรพรรดิฮั่นเฉิงตี้ในรัชกาลจักรพรรดิฮั่นเฉิงตี้นี้ ตระกูลหวังมีอำนาจอย่างมาก เมื่อหวังหมั่งเห็นราชวงศ์ฮั่นเริ่มอ่อนแอลงก็พยายามจะยึดอำนาจ แต่ล้มเหลวเพราะฮั่นเฉิงตี้สวรรคตเสียก่อน ฮั่นผิงตี้จึงขึ้นครองราชย์แทน แต่บ้านเมืองก็ยิ่งอ่อนแอลงกว่าเก่า และอำนาจของสกุลหวังยิ่งมีมากขึ้น เมื่อฮั่นผิงตี้สวรรคตลงในปี พ.ศ. 551… Continue reading ราชวงศ์ซิน

ราชวงศ์ซาง

ราชวงศ์ซาง เป็นหนึ่งที่บอกถึงอารยธรรมที่ยาวนานของจีน ซางเป็นราชวงศ์จีนที่ปกครองต่อจากราชวงศ์เซี่ย ปกครองดินแดนแถบแม่น้ำเหลืองเมื่อประมาณ 2000 ปีก่อน ราชวงศ์นี้เป็นยุคแห่งไสยศาสตร์โดยแท้ นิยมการเสี่ยงทายด้วยกระดองเต่ากันมาก จากหลักฐานที่ขุดได้ พบเป็นแผ่นจารึกตัวอักษรโบราณ และเศษกระดองเต่า มีรอยแตกอยู่ทั่วไป แสดงถึงความเชื่อในอำนาจแห่งสวรรค์ ถือว่าทุกสิ่ง สวรรค์เป็นผู้กำหนด ราชวงศ์ซางมีกษัตริย์ 30 องค์ กษัตริย์องค์สุดท้ายชื่อ พระเจ้าอินโจวหรือ โจ้ว ซึ่งในประวัติศาสตร์ประณามไว้ว่า เป็นคนโหดร้ายทารุณมาก นิยมการสงคราม และหลงใหลในอิสตรี โดยเฉพาะสนมเอกชื่อ ต๋าจี หรือขันกี ซึ่งเป็นคนวิปริตผิดมนุษย์ คอยยุยงให้โจ้วฆ่าคนเป็นผักปลา สร้างสระเหล้าดงเนื้อขึ้น ต่อมาโจวอู่หวัง เจ้าผู้ครองแคว้นโจวทางตะวันตก ได้ยกทัพมาปราบโจ้วอ๋อง โดยอ้างว่า ได้รับ อาณัติ หรือ เทียนมิ่ง จากสวรรค์ให้มาปราบ และได้ชัยชนะ โจ้วอ๋องจึงฆ่าตัวตายโดยกระโดดลงกองไฟ แต่จริง ๆ แล้ว นักประวัติศาสตร์ยังไม่แน่ใจนัก ว่าโจ้วอ๋องจะโหดร้ายเช่นนั้นจริงหรือไม่ เพราะไม่มีหลักฐานชัดเจน รวมทั้งเรื่องเกี่ยวกับต๋าจีด้วยเรื่องราวในตอนท้ายราชวงศ์ซางนี้ ได้มีการนำไปแต่งเป็นนิยายหลายเรื่อง หนึ่งในเรื่องนั้นก็คือ นาจา และ เทพประยุทธ์พิชิตฟ้า นั่นเอง… Continue reading ราชวงศ์ซาง

ราชวงศ์เว่ย

วุยก๊ก หรือ เฉาเวย จัดเป็นก๊กที่ยิ่งใหญ่และมีอำนาจมากที่สุดในบรรดาสามก๊ก ในระหว่างปี พ.ศ. 763 – พ.ศ. 808 วุยก๊กครอบครองพื้นที่ทางตอนเหนือของประเทศจีน ปกครองโดยโจโฉ ต่อมาได้รับการสถาปนาเป็นราชวงศ์วุยโดยพระเจ้าโจผีและได้สถาปนาโจโฉเป็นปฐมจักรพรรดิแห่งราชวงศ์วุยอีกพระองค์หนึ่ง   โจโฉแต่เดิมเป็นขุนนางภายในวังหลวงและได้ทำการ ช่วยฮ่องเต้ให้พ้นจากการถูกข่มเหงจากทรราช ตั๋งโต๊ะ ลิฉุย-กุยกี เนื่องจากมีความดีความชอบจึงได้รับแต่งตั้งเป็นแม่ทัพคุมหัวเมืองตะวันออก และได้ทำการขยายขอบเขตการปกครองจนสามารถยกทัพไปปราบหัวเมืองทางเหนือของอ้วนเสี้ยวเจ้า เมืองกิจิ๋ว พร้อมกับอีกหลายหัวเมืองทางเหนือ ชัยชนะครั้งนี้ทำให้โจโฉ ชื่อเสียงโด่งดังเป็นอันมากประกอบด้วยกำลังทหาร และ ขุนนางมีฝีมือมากมายต่างเข้าร่วมกองทัพ และโจโฉได้ทำการแต่งตั้งตัวเองเป็นมหาอุปราชแห่งราชสำนักฮั่นถืออำนาจ ของฮ่องเต้ ยกไปปราบทุกทิศ โดยใช้ความคิดที่ว่าเจ้าเมืองคนใดยอมแพ้โจโฉก็คือการยอมอยู่ใต้อำนาจฮ่องเต้แต่ถ้าเจ้าเมืองคนใดไม่ยอมแพ้ จะถูกตั้งว่าเป็นกบฏ และต้องโดนกำจัดโจโฉเป็นคนที่มีความสามารถมาก และในที่สุดก็ได้รับการแต่งตั้ง ให้เป็นวุยอ๋อง จนผู้คนยำเกรงเป็นอันมา  วุยก๊กปกครองอาณาจักรโดยจักรพรรดิสืบต่อกันมาทั้งหมด 5 พระองค์ ได้แก่ พระเจ้าโจผี  ,พระเจ้าโจยอย , พระเจ้าโจฮอง ,พระเจ้าโจมอ ,พระเจ้าโจฮวน ถูกยึดอำนาจโดยครอบครัวขุนนางตระกูลสุมา ต่อมาก็ถูกโค่นล้มราชวงศ์วุยโดยสุมาเอี๋ยน ซึ่งต่อมาภายหลังได้สถาปนาราชวงศ์จิ้นขึ้นแทนและรวบรวมแผ่นดินที่แบ่งเป็นก๊กต่าง ๆ เข้าด้วยกัน