ราชวงศ์ฉิน

ราชวงศ์ฉิน เป็นราชวงศ์ที่ปกครองแผ่นดินจีนในช่วงปี พ.ศ. 323 ถึง พ.ศ. 338 หลังจากสิ้นสุดยุคราชวงศ์โจวซึ่งแผ่นดินจีนได้แตกแยกออกเป็น 7 รัฐซึ่งก็ทำสงครามกันอยู่เป็นระยะๆ ต่อมากษัตริย์แห่งรัฐฉินได้ทำสงครามรวบรวมแผ่นดินให้เป็นหนึ่งเดียว และสถาปนาตนเป็นปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์ฉินโดยใช้พระนามว่า ฉินสื่อหวงตี้ ซึ่งมีชื่อเรียกติดปากคนไทยว่า จิ๋นซีฮ่องเต้ ราชวงศ์ฉินจัดว่าเป็นยุคสมัยที่แผ่นดินจีนมีความเป็นปึกแผ่นและมีความมั่นคงมากที่สุดบ้านเมืองมีความเจริญรุ่งเรืองมั่งคั่งอย่างที่สุด ในยุคราชวงศ์นี้มีนครหลวงใหม่ชื่อว่าเมืองเสียนหยาง ซึ่งมีการสร้างเมืองต่างๆอย่างยิ่งใหญ่มากจากการที่พระองค์สามารถรวมแผ่นดินจีนเป็นปึกแผ่นใหญ่ได้ แต่ทว่าพระองค์นั้นต้องการให้จีนมีความยิ่งใหญ่มากที่สุดและได้เปลี่ยนชื่อของตนเองจากคำว่าอ๋อง ซึ่งดูไม่ยิ่งใหญ่พอสำหรับพระองค์และเลือกคำว่าฮ่องเต้ มาจากภาษาจีนโบราณว่า หวงตี้ แปลว่า เจ้าแผ่นดิน และมีคำว่า ฉิน มาจากคำว่า เจิ้น ที่แปลว่า กู ซึ่งก็รวมความหมายคือ กูเจ้าแผ่นดิน ในยุคนี้มีการปฏิรูประบอบภาษาตัวอักษรจีนโบราณ ระบบชั่ง, ตวง, วัด ให้เหมือนกันทั้งประเทศ และมีการเขียนอักษรตัวเลขใหม่ด้วยและแบ่งการปกครองเป็นระบบจังหวัด, อำเภอ นับเป็นผลงานอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ ต่อมาฉินซีฮ่องเต้ได้ให้ขุนศึกเหมิงเถียนหรือเม่งเถียน ยกทัพไปปราบชนเผ่าซ่งหนู (เฉียนหนู) ในยุคนี้เป็นยุคที่เริ่มต้นก่อสร้างกำแพงเมืองจีนขึ้น เพื่อป้องกันการรุกรานของอนารยชน ในยุคของราชวงศ์ฉินนั้นแม้ว่ามีความรุ่งเรืองและยิ่งใหญ่มาก แต่ทว่าฉินซีฮ่องเต้ ได้ชื่อว่า เป็นทรราชที่โหดร้ายทารุณมาก ปกครองด้วยความเฉียบขาด อำมหิต กล่าวกันว่า แค่มีคนจับกลุ่มคุยกัน ก็จะถูกจับไปประหารทันที มีการประหารชีวิตประชาชนและขุนนางในวังและการประหารทั้งโคตร… Continue reading ราชวงศ์ฉิน

ราชวงศ์โจวตะวันตก

ราชวงศ์โจวตะวันตก เป็นยุคหนึ่งที่ต่อมาจากราชวงศ์โจวถือกำเนิดในช่วง 1046 – 771 ปีก่อนคริสต์ศักราชสถาปนาโดย จี ฟา หรือ พระเจ้าอู่หวัง หลังจากสิ้นสุดราชวงศ์ซางโดยราชวงศ์นี้ถือว่าเป็นราชวงศ์แรกที่ใช้ระบบมาเป็นระบบศักดินา และเป็นราชวงศ์แรกที่เริ่มแบ่งดินแดนออกเป็นแคว้นและแต่งตั้งเชื้อพระวงศ์แซ่เดียวกันขึ้นเป็น อ๋อง พร้อมกับส่งอ๋องเหล่านั้นไป ปกครองแคว้นต่างๆ นอกจากนี้ในยุคดังกล่าวนี้ยังมีการสร้างเมืองหลวงใหม่ขึ้นมามีชื่อว่า เมืองเฮ่า ปัจจุบันเป็นพื้นที่ของอำเภอฉางอาง มณฑลส่านซี ซึ่งนักโบราณคดีเรียกว่าแผ่นดินโจวตะวันตก หรือ ราชวงศ์โจวตะวันตกนอกจากนั้นยังริเริ่มปูนบำเหน็จความชอบด้วยที่ดินและทรัพย์สินแก่ขุนนางซึ่งสร้างความชอบแก่แผ่นดินหรือเจ้าแผ่นดินเป็นครั้งแรกด้วย ราชวงศ์โจวตะวันตกมีการสืบเชื้อสายเรื่อยๆมาจนกระทั่งในสมัยพระเจ้าโจวโยวหวัง เมืองเฮ่าเมืองหลวงประสบกับแผ่นดินไหวรุนแรงและตามมาด้วยโรคระบาด ประชาชนเสียชีวิตจำนวนมากและประสบกับความลำบากยากแค้นซึ่งกษัตริย์ก็ไม่สนใจใยดีประชาชนกลับใช้ชีวิตอย่างสุขสบายและขุนนางก็ประจบสอพลอ ทำให้ประชาชนไม่พอใจและรวมตัวกันร่วมกับเจ้านครรัฐและ ชนเผ่าฉวี่ยนหรงเข้าโจมตีและปลงพระชนม์กษัตริย์ ถือเป็นจุดสิ้นสุดอาณาจักรโจวตะวันตก แม้ว่าราชวงศ์โจวตะวันตกจะล่มสลายแล้วแต่ ราชวงศ์โจว นั้นก็มียุคราชวงศ์ที่แยกย่อยออกมาอีกยุคคือ ยุคชุนชิว กำเนิดในช่วง 770-256 ปีก่อนคริสต์ศักราช เป็นยุคหนึ่งในราชวงศ์โจว ราชวงศ์ที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์จีน นับเป็นยุคสมัยที่ได้รับการกล่าวขานอย่างมากในแง่ต่าง ๆ เนื่องจากเป็นยุคที่นครรัฐแต่ละรัฐรบด้วยด้วยกลอุบายที่แยบยล ก่อให้เกิดเป็นตำนานและเรื่องเล่าขานมากมายจนปัจจุบัน ทั้งนี้ยุคดังกล่าวนั้นกษัตริย์องค์ใหม่ที่สืบเชื้อสายจากราชวงศ์โจวนั้นขึ้นสถาปนาเป็นกษัตริย์ชื่อว่า พระเจ้าโจวผิงหวังและย้ายเมืองหลวงใหม่มาเป็น เมืองลั่วอี้ นอกจากนี้ยังมีการสร้างเมืองอีก 5 เมืองในยุคนี้ แต่ว่าในยุคนี้จะเป็นยุคที่มีการช่วงชิงอำนาจและสงครามแย่งชิงความเป็นใหญ่ของเจ้านครรัฐต่างๆเป็นระยะเพื่อความเป็นเจ้าผู้นำนครรัฐ หลังจากนั้นก็สิ้นสุดยุคชุนชิว หลังจากช่วงชิงอำนาจจากยุคชุนชิวจำนวนกว่า 200 นครรัฐล่มสลายเหลือเพียง เจ็ดรัฐมหาอำนาจในตอนปลายยุคชุนชิวนักประวัติศาสตร์จีนเรียกว่า เจ็ดมหานครรัฐแห่งยุคจั้นกั๋ว ในยุคนี้เรียกว่า… Continue reading ราชวงศ์โจวตะวันตก

ยุคสามราชาห้าจักรพรรดิ

ยุคสามราชาห้าจักรพรรดิ เป็นกลุ่มผู้ปกครองบ้านเมืองจีนโบราณช่วงประมาณ 2852 ก่อนคริสตกาล ถึง 2070 ปีก่อนคริสตกาล เมื้อสิ้นสมัยนี้แล้วเป็นยุคราชวงศ์เซี่ยตามความเชื่อ ราชาทั้งสามเป็นกึ่งเทวะซึ่งใช้อำนาจสร้างสรรค์มนุษยชาติและถ่ายทอดความรู้ความสามารถ ส่วนจักรพรรดิทั้งห้าเป็นปรัชญาเมธีซึ่งทรงคุณธรรมล้ำเลิศ  สามราชาได้แก่ ซุ่ยเหริน , ฝูซี และเสินหนง ไปเรียบร้อยแล้วก็จะเริ่มแนะนำ ห้าจักรพรรดิ์”โดยจักรพรรดิ์คนแรกในประวัติศาสตร์จีนก็คือ จักรพรรดิ์เหลือง หรือในชื่อภาษาจีนที่เรียกว่าหวงตี้ โดยตามตำนานโบราณเล่าว่าหวงตี้นั้นได้สอนคนให้รู้จักพัฒนาความเป็นอยู่ชีวิตที่ดีขึ้นเป็นอย่างมาก เช่นรู้จักเริ่มใช้รถที่มีล้อเพื่อเคลื่อนย้ายสิ่งของหนัก รู้จักนำหนอนไหมมาเลี้ยงเพื่อเอาไหมมาทำเสื้อผ้าภรรยาหวงตี้เป็นผู้ค้นพบ แทนที่จะใช้ใบไม้นุ่งห่มร่างกาย หรือแม้กระทั่งศาสตร์ทางการแพทย์โบราณที่เรียกว่า หวงตี้เน่ยจิง ซึ่งหวงตี้สังเกตสภาพแวดล้อมของธรรมชาติแล้วก็เปรียบกับร่างกายของมนุษย์เราในขณะนั้นว่า หากคล้อยตามธรรมชาติ จะไม่เจ็บป่วย หากฝืนธรรมชาติ ก็จะไม่สบาย โดยหวงตี้ได้เปรียบระบบในร่างกายของเราเป็นธาตุหยินและธาตุหยาง ซึ่งหากสอดคล้องกับระบบหยินหยางของสิ่งแวดล้อมแล้ว ก็จะไม่เจ็บป่วย มิเพียงแต่หวงตี้จะได้คิดค้นสิ่งต่างๆขึ้น ยังสามารถทำศึกกับผู้ที่เข้ามารุกราน ซึ่งเป็นชนเผ่าอื่นในสมัยก่อน ซึ่งข้าศึกของหวงตี้ผู้นี้มีชื่อว่า ชือโหยว  หวงตี้ คือจักพรรดิ์องค์แรกใน สามราชาห้าจักรพรรดิ์ และในยุคแรกของประวัติศาสตร์จีน มนุษย์ประดิษฐ์เข็มทิศที่ชี้ไปทางทิศใต้เสมอ และเรียกเข็มทิศนี้ว่า จื่อหนาน

ราชวงศ์เหนือใต้

ยุคราชวงศ์เหนือ-ใต้ ยุค สงครามกลางเมือง และยุคแห่งความวุ่นวายทางการเมืองยุคหนึ่งใน ประวัติศาสตร์จีนเนื่องจากความวุ่นวายทางการเมืองและความอ่อนแอของ ราชวงศ์ฮั่นตะวันออก ทำให้ในปี พ.ศ. 763 โจผี วุยอ่๋องบุตรชายของ โจโฉ ได้กระทำการปลด จักรพรรดิฮั่นเซี่ยน หรือ พระเจ้าเหี้ยนเต้ ออกจากราชบัลลังก์พร้อมกับสถาปนาตนเองขึ้นเป็น จักรพรรดิเว่ยเหวิน ปฐมจักรพรรดิแห่ง ราชวงศ์เว่ย ทำให้ราชวงศ์ฮั่นที่ปกครองประเทศจีนมายาวนานกว่า 400 ปีต้องสิ้นสุดลงทำให้ เล่าปี่ ฮันต่๋งอ่๋องเชื้อพระวงศ์ราชวงศ์ฮั่นไม่พอใจสถาปนาตนเองขึ้นเป็น จักรพรรดิเจียงบู๊ ปฐมจักรพรรดิแห่ง ราชวงศ์ฉู่-ฮั่น ขณะเดียวกัน ซุนกวน ก็ได้สถาปนาตนเองขึ้นเป็น จักรพรรดิหวู่ต้า ปฐมจักรพรรดิแห่ง ราชวงศ์หวู่ สุมาอี้ ก็เริ่มเรืองอำนาจขึ้นมาขณะเดียวสงครามของทั้ง 3 ราชวงศ์ก็ยังมีอยู่จนกระทั่งปี พ.ศ. 804 สุมาเอี่๋ยน จิ้นอ่๋องหลานชายของสุมาอี้ได้ทำการปลด จักรพรรดิเว่ยหยวน หรือ พระเจ้าโจฮวน จักรพรรดิองค์สุดท้ายแห่งราชวงศ์เว่ยออกจากราชบัลลังก์พร้อมกับสถาปนาตนเองขึ้นเป็น จักรพรรดิจิ้นหวู่ ปฐมจักรพรรดิแห่ง ราชวงศ์จิ้นตะวันตก ทำให้ราชวงศ์เว่ยสิ้นสุดลงหลังจากนั้นจักรพรรดิจิ้นหวู่ก็ทรงทำสงครามจนสามารถพิชิตราชวงศ์หวู่และรวบรวมแผ่นดินได้สำเร็จเมื่อปี พ.ศ. 819 แต่ราชวงศ์จิ้นก็ประสบปัญหาการแย่งชิงอำนาจรวมถึงการทำสงครามกับชนเผ่าป่าเถื่อนนอกกำแพงทำให้ในปี พ.ศ. 963… Continue reading ราชวงศ์เหนือใต้

ราชวงศ์จิ้น

ราชวงศ์จิ้น เป็นราชวงศ์หนึ่งของจีน สถาปนาในปี ค.ศ. 265 โดยสุมาเอี๋ยนยึดอำนาจจากราชวงศ์เว่ยได้สำเร็จ ประกาศตั้ง ราชวงศ์จิ้นตะวันตก ขึ้นแทนที่ราชวงศ์เว่ยของโจโฉ เมื่อถึงปี 280 จิ้นตะวันตกปราบก๊กอู๋ลงได้ สภาพการแบ่งแยกอำนาจของสามก๊กก็สลายตัวไป ทั้งแผ่นดินจีนรวมเป็นหนึ่งเดียวอีกครั้ง เกิดความสันติสุขขึ้นในช่วงเวลาหนึ่งราชวงศ์จิ้นตะวันตกเป็นยุคสมัยที่กลุ่มตระกูลใหญ่ก้าวเข้ามาเป็นผู้มีอิทธิพลทางการเมืองอย่างสูง เนื่องจากนโยบายการปกครองของซือหม่าเอี๋ยนหรือ จิ้นอู่ตี้ โน้มเอียงไปในทางเอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มตระกูลชนชั้นสูง อีกทั้งกฎหมายยังให้สิทธิพิเศษต่อขุนนางเจ้าที่ดิน ในการจัดสรรการถือครองที่ดินและผลประโยชน์อื่น ๆ โดยอ้างอิงจากระดับชั้นตำแหน่งขุนนาง ระเบียบเหล่านี้ได้กลายเป็นเครื่องมือการเพาะสร้างอำนาจแบบเบ็ดเสร็จให้กับกลุ่มตระกูลใหญ่เหล่านี้ ทำให้เกิดการแบ่งแยกทางชนชั้นในสังคมครั้งใหญ่ เพราะเพื่อรักษาสิทธิพิเศษนี้ ถึงกับตั้งข้อรังเกียจไม่ยอมนั่งร่วมโต๊ะหรือแต่งงานข้ามสายเลือดกับตระกูลที่ไม่ได้รับสิทธิพิเศษ ทำให้ผู้อยู่นอกวงถึงแม้จะได้เข้ารับราชการก็จะยังคงถูกมองอย่างแปลกแยกและกีดกันไม่ให้ได้รับการเลื่อนขั้นในตำแหน่งสูงขึ้นจวบถึงปี 316 กองกำลังของชนเผ่าซ่งหนูบุกเข้านครฉางอันเมืองหลวงเก่าของราชวงศ์ฮั่นตะวันตก จับกุมจิ้นหมิ่นตี้ เพื่อรับโทษทัณฑ์ จิ้นตะวันตกจึงถึงกาลล่มสลายราชวงศ์จิ้นตะวันตก ต่อมาจักรพรรดิจิ้นหยวน จักรพรรดิองค์ที่ 5 ของราชวงศ์ ทรงย้ายเมืองหลวงไปที่เจี้ยงคัง และสถาปนาราชวงศ์จิ้นตะวันออกขึ้น ราชวงศ์จิ้นล่มสลายในปี ค.ศ. 420 และแตกออกเป็นราชวงศ์หลิวซ่ง เข้าสู่ยุคราชวงศ์เหนือ-ใต้

ราชวงศ์ซิน

ราชวงศ์ซิน เป็นราชวงศ์สั้นๆที่มาขั้นกลางระหว่างราชวงศ์ฮันตะวันออกและฮันตะวันตก ถูกสถาปนาโดย จักรพรรดิซินเกาจู่ หรือ หวังหมั่ง พ.ศ. 543 – 567ซึ่งสืบเชื้อสายจากขุนนางสกุลหวังในรัชสมัย จักรพรรดิฮั่นเฉิงตี้ เมื่อจักรพรรดิหยูจื่ออิงจักรพรรดิองค์ที่ 12 องค์สุดท้ายแห่ง ราชวงศ์ฮั่นตะวันตก ขึ้นครองราชย์ด้วยพระชนม์เพียง 7 พรรษา หวังหมั่งในฐานะ อัครมหาเสนาบดี จึงใช้โอกาสนี้ปลดหยูจื่ออิงออกจากราชสมบัติและสถาปนาตนเองขึ้นเป็นจักรพรรดิซินเกาจู่ตลอดรัชกาลเป็นรัชกาลที่อ่อนแอและเหี้ยมโหด เมื่อซินเกาจู่สวรรรคตลงในปี พ.ศ. 567 จึงเกิดกบฏต่างๆมากมายและ หลิวซิ่ว ราชนิกูลองค์หนึ่ง สามารถรบเอาชนะคู่แข่งได้และสถาปนาพระองค์เป็น จักรพรรดิฮั่นกวงตี้ ปฐมจักรพรรดิแห่ง ราชวงศ์ฮั่นตะวันออก และทรงย้ายเมืองหลวงจาก ฉางอัน มาสู่ ลั่วหยาง จึงทำให้ราชวงศ์ซินที่ปกครองจีนเป็นเวลา 16 ปีล่มสลายลงจักรพรรดิซินเกาจู่ พระนามเดิม หวัง หมั่ง หรือ อองมัง ตามสำเนียงฮกเกี้ยน เป็นจักรพรรดิองค์แรกและองค์เดียวแห่งราชวงศ์ซิน เป็นพระญาติทางฝ่ายไทเฮาของจักรพรรดิฮั่นเฉิงตี้ในรัชกาลจักรพรรดิฮั่นเฉิงตี้นี้ ตระกูลหวังมีอำนาจอย่างมาก เมื่อหวังหมั่งเห็นราชวงศ์ฮั่นเริ่มอ่อนแอลงก็พยายามจะยึดอำนาจ แต่ล้มเหลวเพราะฮั่นเฉิงตี้สวรรคตเสียก่อน ฮั่นผิงตี้จึงขึ้นครองราชย์แทน แต่บ้านเมืองก็ยิ่งอ่อนแอลงกว่าเก่า และอำนาจของสกุลหวังยิ่งมีมากขึ้น เมื่อฮั่นผิงตี้สวรรคตลงในปี พ.ศ. 551… Continue reading ราชวงศ์ซิน

ราชวงศ์ซาง

ราชวงศ์ซาง เป็นหนึ่งที่บอกถึงอารยธรรมที่ยาวนานของจีน ซางเป็นราชวงศ์จีนที่ปกครองต่อจากราชวงศ์เซี่ย ปกครองดินแดนแถบแม่น้ำเหลืองเมื่อประมาณ 2000 ปีก่อน ราชวงศ์นี้เป็นยุคแห่งไสยศาสตร์โดยแท้ นิยมการเสี่ยงทายด้วยกระดองเต่ากันมาก จากหลักฐานที่ขุดได้ พบเป็นแผ่นจารึกตัวอักษรโบราณ และเศษกระดองเต่า มีรอยแตกอยู่ทั่วไป แสดงถึงความเชื่อในอำนาจแห่งสวรรค์ ถือว่าทุกสิ่ง สวรรค์เป็นผู้กำหนด ราชวงศ์ซางมีกษัตริย์ 30 องค์ กษัตริย์องค์สุดท้ายชื่อ พระเจ้าอินโจวหรือ โจ้ว ซึ่งในประวัติศาสตร์ประณามไว้ว่า เป็นคนโหดร้ายทารุณมาก นิยมการสงคราม และหลงใหลในอิสตรี โดยเฉพาะสนมเอกชื่อ ต๋าจี หรือขันกี ซึ่งเป็นคนวิปริตผิดมนุษย์ คอยยุยงให้โจ้วฆ่าคนเป็นผักปลา สร้างสระเหล้าดงเนื้อขึ้น ต่อมาโจวอู่หวัง เจ้าผู้ครองแคว้นโจวทางตะวันตก ได้ยกทัพมาปราบโจ้วอ๋อง โดยอ้างว่า ได้รับ อาณัติ หรือ เทียนมิ่ง จากสวรรค์ให้มาปราบ และได้ชัยชนะ โจ้วอ๋องจึงฆ่าตัวตายโดยกระโดดลงกองไฟ แต่จริง ๆ แล้ว นักประวัติศาสตร์ยังไม่แน่ใจนัก ว่าโจ้วอ๋องจะโหดร้ายเช่นนั้นจริงหรือไม่ เพราะไม่มีหลักฐานชัดเจน รวมทั้งเรื่องเกี่ยวกับต๋าจีด้วยเรื่องราวในตอนท้ายราชวงศ์ซางนี้ ได้มีการนำไปแต่งเป็นนิยายหลายเรื่อง หนึ่งในเรื่องนั้นก็คือ นาจา และ เทพประยุทธ์พิชิตฟ้า นั่นเอง… Continue reading ราชวงศ์ซาง

ราชวงศ์เว่ย

วุยก๊ก หรือ เฉาเวย จัดเป็นก๊กที่ยิ่งใหญ่และมีอำนาจมากที่สุดในบรรดาสามก๊ก ในระหว่างปี พ.ศ. 763 – พ.ศ. 808 วุยก๊กครอบครองพื้นที่ทางตอนเหนือของประเทศจีน ปกครองโดยโจโฉ ต่อมาได้รับการสถาปนาเป็นราชวงศ์วุยโดยพระเจ้าโจผีและได้สถาปนาโจโฉเป็นปฐมจักรพรรดิแห่งราชวงศ์วุยอีกพระองค์หนึ่ง   โจโฉแต่เดิมเป็นขุนนางภายในวังหลวงและได้ทำการ ช่วยฮ่องเต้ให้พ้นจากการถูกข่มเหงจากทรราช ตั๋งโต๊ะ ลิฉุย-กุยกี เนื่องจากมีความดีความชอบจึงได้รับแต่งตั้งเป็นแม่ทัพคุมหัวเมืองตะวันออก และได้ทำการขยายขอบเขตการปกครองจนสามารถยกทัพไปปราบหัวเมืองทางเหนือของอ้วนเสี้ยวเจ้า เมืองกิจิ๋ว พร้อมกับอีกหลายหัวเมืองทางเหนือ ชัยชนะครั้งนี้ทำให้โจโฉ ชื่อเสียงโด่งดังเป็นอันมากประกอบด้วยกำลังทหาร และ ขุนนางมีฝีมือมากมายต่างเข้าร่วมกองทัพ และโจโฉได้ทำการแต่งตั้งตัวเองเป็นมหาอุปราชแห่งราชสำนักฮั่นถืออำนาจ ของฮ่องเต้ ยกไปปราบทุกทิศ โดยใช้ความคิดที่ว่าเจ้าเมืองคนใดยอมแพ้โจโฉก็คือการยอมอยู่ใต้อำนาจฮ่องเต้แต่ถ้าเจ้าเมืองคนใดไม่ยอมแพ้ จะถูกตั้งว่าเป็นกบฏ และต้องโดนกำจัดโจโฉเป็นคนที่มีความสามารถมาก และในที่สุดก็ได้รับการแต่งตั้ง ให้เป็นวุยอ๋อง จนผู้คนยำเกรงเป็นอันมา  วุยก๊กปกครองอาณาจักรโดยจักรพรรดิสืบต่อกันมาทั้งหมด 5 พระองค์ ได้แก่ พระเจ้าโจผี  ,พระเจ้าโจยอย , พระเจ้าโจฮอง ,พระเจ้าโจมอ ,พระเจ้าโจฮวน ถูกยึดอำนาจโดยครอบครัวขุนนางตระกูลสุมา ต่อมาก็ถูกโค่นล้มราชวงศ์วุยโดยสุมาเอี๋ยน ซึ่งต่อมาภายหลังได้สถาปนาราชวงศ์จิ้นขึ้นแทนและรวบรวมแผ่นดินที่แบ่งเป็นก๊กต่าง ๆ เข้าด้วยกัน

ราชวงศ์โจว

ราชวงศ์โจว เป็นราชวงศ์จีนยุคนั้นที่มีประวัติศาสตร์มายาวนานแล้ว บางคนมักเรียกอีกชื่อว่า ราชวงศ์จิว ราชวงศ์จีนยุคนี้ถือว่าเป็นราชวงศ์ยุคที่ 3 ของประวัติศาสตร์จีน เริ่มขึ้นประมาณ 1123 ปีก่อนคริสต์ศักราช – 256 ปีก่อนคริสต์ศักราช นับเป็นราชวงศ์ที่ยาวนานที่สุดในระยะเวลาถึง 867 ปี ราชวงศ์นี้มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมายรวมไปถึงการแบ่งแยกดินแดนการปกครองของราชวงศ์เป็นแคว้นต่างๆออกไปอีก ราชวงศ์โจว เป็นยุคที่เกิดขึ้นหลังจากยุคของราชวงศ์ซาง ซึ่งมีการปกครองด้วยระบบศักดินา มีการแบ่งแยกดินแดนออกเป็นแค้วนต่างๆ ซึ่งมีการแต่งตั้งเชื้อพระวงศ์ออกไปปกครองตามแคว้นนั้นๆ มีการสันนิฐานว่ายุคของราชวงศ์โจวนั้นเป็นยุคที่มีความรุ่งเรืองมากที่สุด สร้างความเจริญรุ่งเรืองแก่ชาวเมืองอย่างมากทั้งด้านการเมือง การปกครอง ศิลปวัฒนธรรม ราชวงศ์โจวนั้นถูกแบ่งออกเป็นพื้นที่ต่างๆ อย่างเช่น ราชวงศ์โจว์ตะวันตก เป็นราชวงศ์ที่ถูกแบ่งแยกย่อยออกมาจากระบบการปกครองแบบศักดินา สถาปนาโดย จี ฟา หรือ พระเจ้าโจวอู่หวัง เมื่อ 1046 ปีก่อนคริสตกาล ราชวงศ์โจวตะวันออก เป็นราชวงศ์ที่ปกครองสืบต่อจากราชวงศ์โจวตะวันตกประมาณ 771-256 ปีก่อน คริสตกาล กษัตริย์ของราชวงศ์นี้คือพระเจ้าโจวผิงหวัง ราชวงศ์นี้เป็นราชวงศ์แค่ในนามเพราะองค์กษัตริย์ทรงไร้พระราชอำนาจที่จะปกครองเหล่าอ๋องต่างๆ ได้ เนื่องจากอ๋องต่างๆ ได้แข็งเมืองและทำสงครามแย่งชิงอำนาจกัน ในช่วงหลังราชวงศ์โจวนั้นเกิดความทุกข์ยาก และการทำสงครามเป็นยุคที่เรียกว่า ยุคชุนชิวและยุคจ้านกว๋อ ซึ่งเป็นเหตุให้ราชวงศ์โจวล่มสลาย ชุนชิวเป็นยุคที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย แคว้นต่าง ๆ… Continue reading ราชวงศ์โจว

ราชวงศ์เซี่ย

ราชวงศ์เซี่ย เป็นอาณาจักรทางประวัติศาสตร์ชาติจีนที่มีประวัติศาสตร์มายาวนาน ราชวงศ์เซี่ย ป็นราชวงศ์แรกของจีน ปกครองประเทศจีนในช่วง 2100-1600 ปีก่อนคริสตกาล มีอายุอยู่ได้ราว 500 ปี ราชวงศ์นี้มีความเก่าแก่มากซึ่งในอดีตก่อนมีการขุดค้นหลักทางโบราณคดีเชื่อว่า ราชวงศ์ดังกล่าวนี้เป็นเรื่องนิยายปรัมปราที่แต่งขึ้นเท่านั้น แต่ในปัจจุบันมีหลักฐานบ่งชี้ว่าราชวงศ์เซี่ยนั้นมีอยู่จริงและมีอาณาจักรการปกครองบริเวณทางตอนเหนือของจีน ราวปี ค.ศ. 1959 ได้เริ่มมีการค้นหาแหล่งที่มาของวัฒนธรรมเซี่ย ซึ่งเป็นวัฒนธรรมอันเก่าแก่และเชื่อว่าเป็นศาสนาพื้นบ้านของจีนในพื้นที่แถบมลฑลเหอหนานและมลฑลซานซี ทำให้นักโบราณคดีเดินทางเข้าไปตรวจสอบและการขุดค้นหลักฐานในบริเวณพื้นที่นั้นและได้มีการขุดค้นวัฒนธรรมโบราณที่เรียกว่า วัฒนธรรมเอ้อหลี่โถว จากหลุมขุดค้นเหยี่ยนซือเอ้อหลี่โถวและวัฒนธรรมหลงซาน ที่เชื่อว่าวัฒนธรรมดังกล่าวนั้นคือวัฒนธรรมในสมัยราชวงศ์เซี่ย มีการระบุว่าในสมัยนั้นเป็นอาณาจักรเล็กๆและปกครองมายาวนานกว่า 400 ปี มีกษัตริย์ครองบัลลังก์ 17 พระองค์ คาดว่าอาณาจักรดังกล่าว มีรากฐานของอำนาจจากการยึดครองทรัพย์สินเป็นของส่วนตัว อาจมีการยึดทรัพย์สินจากชาวบ้านมาเป็นของส่วนตัว ซึ่งเชื่อว่าเป็นวัฒนธรรมในช่วงเวลาหนึ่ง ต่อมาผู้สืบทอดบัลลังก์เชื่อว่าระบบดังกล่าวนั้นเป็นระบบที่ล้าสมัย จากนั้นระบบการปกครองก็เริ่มพัฒนาขึ้น ภายหลังระบบการปกครองขาดผู้มีความสามารถทำให้ในช่วงปลายราชวงศ์นั้นเกิดความขัดแย้งความวุ่นวายทั้งภายในและภายนอกไม่หยุดยั้ง ข้อขัดแย้งทางชนชั้นทวีความรุนแรงมากขึ้น รวมถึงการใช้จ่ายในราชวงศ์ที่ฟุ่มเฟือยจนนำไปสู่ยุคสิ้นสุดของราชวงศ์เซี่ยในที่สุด